The rainy day 5

posted on 11 May 2013 15:58 by janmemo
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เม็ดฝนที่โปรยปราย
... มีเพียงความเงียบที่แทนความรู้สึกของคนสองคน
ที่แตกต่างกัน
อีกคนหนึ่งเงียบก็เพราะกำลังใช้ความคิด
แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งหาคำตอบไม่ได้
'เขาเป็นใครกัน?'
... อีกคนเงียบเพราะต้องการเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่าง
ความรู้สึกที่เขารู้ดีแต่เขาบอกไม่ได้ ...
'เธอจำผมไม่ได้จริงๆ'
.. ฝนเริ่มซาลงไป
เขาเริ่มขยับร่มเล็กน้อยก่อนหันมาบอกเธอ
"เดี๋ยวฝนก็หยุดตกแล้ว คงกลับเองได้นะ"
.."ผมคงต้องไปแล้ว"
..ความจริงแล้วเขาอยากบอกเหลือเกิน
...เรารู้จักกัน..รู้จักกันดีมากด้วย..
เขากางร่มออกแล้วกำลังจะเดินจากไปแต่เขาต้องชะงัก..
"เอ่อ..เดี๋ยวสิ"..เธอเรียกเขาไว้
แค่เสียงของเธอ..จะเรียกกี่ครั้ง..
ผมยังจำได้เสมอ
ผมหันมาทุกครั้ง..ครั้งนี้ก็เหมือนกัน...
"ขอบคุณนะ..นายชื่ออะไรเหรอ...บอกเราได้ไหม?"
สุดท้ายแล้วเธอก็จำผมไม่ได้..
"เธอไม่ต้องถามชื่อผมหรอก.." เขาหันหลังไปทั้งๆที่ยังพูดไม่จบ
'เพราะยังไงผมก็จำได้ชื่อเธอได้อยู่แล้ว' ..
"หวังว่าครั้งหน้า..เราคงได้เจอกันอีกนะ"
...เขาทิ้งท้ายไว้พร้อมกับความสงสัยบนใบหน้าเธอ
เขาเดินจากไปท่ามกลางสายฝน
ภาพส่วนหนึ่งของความทรงจำกำลังย้อนคืนมา
ภาพนี้เธอเคยเห็น.. ...
แต่...เมื่อไหร่กัน???
...

The rainy day 4

posted on 11 May 2013 15:57 by janmemo
เขาค่อยๆเช็ดน้ำตาที่อยู่บนแก้มเธอเบาๆ
.. เธอชะงักเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างกำลังถูกรื้อฟื้น
คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
..'เขาเป็นใคร?' เธอคิด ..
"อ่ะ เรียบร้อยแล้ว" เขาพูดพร้อมกับลดมือลง
.."อ้าวเธอ เป็นอะไร?..เธอ" เขาเห็นเธอยืนข้างนิ่งอย่างนั้น
จึงเข้าไปจับแขนเธอเบาๆ
"อ้ะ..เปล่าๆไม่มีอะไร" เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมามองเขา
..ดวงตาคู่นี้..เหมือนเคยเจอที่ไหน
ความอบอุ่นแบบนี้..เขาเป็นใครกัน? ..
"ฝนท่าทางใกล้จะหยุดแล้วแหละ" เขาพูดพร้อมกับดูนาฬิกา
"โห เป็นชั่วโมงแล้วเหรอเนี่ย?" เขาพูดแล้วหันไปยิ้มให้เธอ
..รอยยิ้มแบบนี้..เคยเจอที่ไหน?
"เธอ..มองหน้าผมแบบนั้นทำไมเหรอ?"
"เอ่อ...นายน่ะมีร่มนี่นา นายมาส่งเราก็น่าจะไปได้นี่
ไม่เห็นต้องมายืนเป็นเพื่อนเราเลย" เธอตอบเพื่อกลบเกลื่อน
.."ผมมีเหตุผลของผมแล้วกัน" เขาตอบเลี่ยงๆ
.."หนาวจัง" เธอพูดเบาๆ
"อ่ะ..เสื้อของผม..ใส่ไว้ก่อนนะ" เขาเอาเสื้อแจ็คเกตมาคลุมไว้ให้เธอ
..เธอคิดเล็กน้อยก่อนตัดสินใจถาม
"นายเป็นใคร...เราเคยรู้จักกันไหม?" ..เขามองตาเธอ
"เธออาจจะรู้จักผม..แต่ผมอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่เธอไม่อยากจำก็ได้"
เขาตอบแล้วเบนสายตาออกไป ..

The rainy day 3

posted on 11 May 2013 15:56 by janmemo
"เช็ดน้ำตา แล้วไปหาที่หลบฝนกัน" เขาบอกเธอ
..แล้วยื่นมือให้
... เธอจับมือเขาไว้ เขาเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยมือเธอ
.. ฝนยังคงตกไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
..เขาหุบร่มแล้วสะบัดน้ำฝนที่ติดอยู่ ก่อนหันมามองเธอ
... เธอยังคงดูเหม่อลอย ยังคงมองออกไปด้านนอก
มองสายฝนที่กำลังเทลงมา ..
"ตากฝนมานานแค่ไหนแล้ว?" เขาถามเพื่อหวังจะทำลายความเงียบ
"..ก็สักชั่วโมงได้แล้วมั้ง" เธอตอบพร้อมกับปาดน้ำตาออกจากแก้ม ..
"นั่นยังไม่นานเท่าไหร่หรอก..ผมตากฝนนานกว่าอีก" เขาตอบแล้วค่อยๆพับร่ม
"นายเคยร้องไห้กลางฝนด้้วยเหรอ?" เธอหันมาถามด้วยความสงสัย
"ผมไม่ได้ตากฝนจริงๆหรอก..แต่ผมน่ะ...ทรมานกว่าแน่นอน"
...เธอคิดว่าเขากำลังหลบตาเธอ เหมือนว่าเขามีความลับอะไรบางอย่าง?
.. "เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกนะ?" จู่ๆเขาก็เปลี่ยนเรื่อง แล้วหันออกไปมองสายฝนด้านนอก
"คงอีกสักพักมั้ง?" นี่เป็นคำพูดแรกจากปากของเธอที่ไม่มีเสียงสะอื้น
เขาหันไปมองหน้าเธอ "ตอนนี้คงเหลือแต่คราบน้ำตาแล้วสินะ"เขาคิด
...เขาค่อยๆหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา
"นี่เธอ หันมาหน่อยสิ" เธอหันมา
..เขาค่อยๆใช้ผ้าเช็ดรอยน้ำตา
"บนแก้มของเธอน่ะ มันไม่เหมาะกับการที่จะเป็นที่อยู่ของน้ำตาหรอกนะ" ... ..

The rainy day 2

posted on 11 May 2013 15:55 by janmemo
เมื่อครั้งที่แล้วฝนตก
มีบางคนต้องยืนตากฝนเพียงลำพัง ...
ในขณะเดียวกัน ...
ใครอีกคนกำลังเดินกางร่มท่ามกลางสายฝน
...ร่มหนึ่งคัน กับ คนหนึ่งคน ... ..
ใครคนนั้นกำลังเดินต่อไปเรื่อยๆ
โดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแวะที่ไหน หรือหันมองใครๆ
...จนกระทั่งสายตาของเขาหันมาเห็น ...
คนที่ยืนตากฝนจนเปียกปอน
ทั้งๆที่น่าจะเข้าไปหลบฝน
แต่กลับมายืนตากฝนอยู่คนเดียว
ร่มก็ไม่มี เข้าไปหาดีไหมนะ? ..เขาลังเลนิดหน่อย ก่อนที่จะเดินเข้าไปหา ...
"ทำไมไม่ยอมหลบฝนล่ะ?" เขาเอ่ยขึ้นก่อน
"..." เธอคนนั้นไม่ตอบอะไร
แต่เขาได้ยินเสียงเหมือนคนร้องไห้
"เดี๋ยวไม่สบายนะ"
"...ไม่เห็นเหรอไง..ว่าไม่มีร่มคันไหนมีที่ว่างเลยน่ะ" เธอพูดทั้งๆที่ยังก้มหน้า
"ร่มคันนี้ไง" เขาบอก ...
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาแม้ว่าน้ำตากำลังไหลอยู่
เธอเห็นเขากำลังมองออกไป ณ จุดที่มีใครกำลังจับมือกันอยู่
 ... เธอเห็นเขากำลังร้องไห้ ..เธอไม่ได้ตาฝาดแน่ๆ เขารีบปาดน้ำตาออกไป...
.."เวลาที่มองอะไรผ่านน้ำตา เธอไม่มีวันจะมองเห็นได้ชัดเจนหรอก"
.."เพราะถ้าเห็นไม่ชัด เธอคงไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเดิน รีบเช็ดน้ำตา แล้วไปหาที่หลบฝนกัน"
เขาบอกเธอ... ..

The rainy day

posted on 11 May 2013 15:54 by janmemo
เวลาฝนตก ..
สายฝนหล่นลงมาเป็นสาย
เป็นเวลาที่ใครต่อใครต่างรีบวิ่งหาที่หลบฝน
บางคนก็กางร่มแล้วเดินจากไป
ขณะที่... ใครอีกหลายๆคนกำลังวิ่งวุ่นหลบฝน ..
อาจจะมีสักคนหนึ่ง ที่กำลังยืนท่ามกลางสายฝน ...
ความจริงแล้ว
เขาอาจกำลังมองหาที่ที่ว่างพอจะให้เขาเข้าไปหลบสักพัก
แต่ที่นั้นอาจมีใครบางคนยืนจับมือกันอยู่ ทำให้ไม่มี "ที่ว่างพอ" สำหรับเขา
... เขาก็คงไม่อยากเป็นหวัดสักเท่าไหร่
เพราะไม่สบายแล้ว "ไม่มีใครดูแล" นี่นา ...
และจริงๆแล้ว เขาอาจไม่ได้อยากมาตากฝน
แต่เขา "ต้อง" ตากฝน เพราะ "ที่หลบฝน" หรือ
"ร่มคันไหนๆ" มันก็ไม่มี "ที่ว่าง" เหลืออยู่เลย
ความจริงแล้ว
การกระทำบางอย่าง
ทำไปในทิศทางเดียวกันของสังคม
ก็น่าจะดีกว่า
ต่อให้ไม่มีกฎหมาย
ความเป็นระเบียบวินัยก็ยังคงอยู่
...
ถ้าจะพูดกันตามจริง
เดี๋ยวนี้โลกก็ยังคงหมุนเหมือนเดิม
เพิ่งแค่ทัศนคติของคนบนโลกเปลี่ยนแปลงไป
...
บางครั้ง
จะสั้นหรือจะยาวมันอยู่ที่ใจ
เอกลักษณ์หรือความภูมิใจมันอยู่ข้างใน
ความสวยมันคงไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ
...แต่ตอนนี้คนอื่นๆที่กำลังทะเลาะกัน
เพราะเอาเรื่องที่ว่า ไม่ติ่งเพราะอยากสวย
กับติ่งเพราะรักโรงเรียน มาทะเลาะกันมากกว่า
...
คนเขียนเองก็เคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้อยู่บ่อยๆ
ไม่อยากลงความเห็นไปว่าติ่งหรือไม่ติ่งดีอย่างไร
แต่ผู้เขียนขอแสดงทัศนความเป็นกลาง
และสิ่งที่ผู้เขียนมีประสบการณ์โดยตรงดีกว่า
...
ผู้เขียนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องปฏิบัติตามกฎ
แม้ว่าบางครั้งอาจจะรู้สึกเล็กๆกับเรื่องติ่ง
แต่ก็พยายามที่จะไม่ผิดตรงจุดนี้
..
เมื่อถึงเวลาเราก็ทำตาม
...
แต่เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ผู้เขียนรู้สึกเสียใจว่า
เราทำอะไรอยู่ตอนนี้ แล้วที่ผ่านมาเราทำเพื่อใคร
...
...ช่วงนั้นผู้เขียนได้รับการเลือกให้ไปสอบที่กรุงเทพ
และระยะเวลาที่ไปอยู่ที่นั่นสามวัน
ผู้เขียนเองก็ต้องทำแต่ข้อสอบ มีเวลาแค่ไม่มากที่จะออกไปซื้อของหรือกินข้าว
[ทุกคนคงเข้าใจว่ากรุงเทพรถเยอะและหาที่จอดยาก]
วันอาทิตย์หลังจากสอบเสร็จก็เดินทางกลับบ้าน
ซึ่งตอนถึงบ้านก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว
...เช้าวันจันทร์ ก็มีการตรวจระเบียบ
ผู้เขียนเองก็ต้องไปนั่งอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่ถูกระเบียบ
และก็ถูกถามว่า ไปไหนมาทำไมไม่ยอมตัดผม
ผู้เขียนตอบตามตรง แต่กลับได้รับคำตอบกลับมาว่า
...
 ทำไมไม่ไปตัดที่กรุงเทพล่ะค่ะ
...
จนถึงทุกวันนี้ผู้เขียนก็ยังจำคำพูดคำนี้มาเสมอ
ผู้เขียนไม่ได้รู้สึกโกรธหรือข้องใจอะไรทั้งสิ้น
แต่แค่เสียใจ
...
ทุกวันนี้ทัศนะทั้งหลายอาจเปลี่ยนแปลงกันได้
เพียงแค่เราๆท่านๆลองมองในมุมที่แตกต่าง
เรื่องนี้แค่เขียนขึ้นมาเพื่อเล่าสู่กันฟัง
ไม่ได้มีเจตนาที่จะตอบโต้หรือทำร้ายใครทั้งสิ้น
...
อาจจะต้องรอเวลาเพื่อการเปลี่ยนแปลง
แต่...
การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
ดังนั้นคนเราอย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลง
และอย่ากลัวที่จะเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆเข้ามา
..
ทัศนะ ต้องการ การเปิดใจ ไม่ใช่การใช้อารมณ์
การเปลี่ยนแปลงก็ต้องรอเวลา ไม่ใช่รีบร้อนโดยไร้เหตุ
สิ่งใหม่ๆ ก็ต้องการ การเปิดใจ เช่นกัน ...
...
แต่ความคิด อย่าเอามายึดติด
ความคิดมันก็คือความคิด
มันไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อย ...
แสดงความคิดเห็น แต่อย่าทะเลาะกันนะคะ
เห็นในโรงเรียนแล้วปวดหัวเลยค่ะ :(

น้ำตาไหลเพราะ...

posted on 05 Dec 2012 10:06 by janmemo
เมื่อเรายังเป็นเด็ก
พระองค์ท่านที่เราเห็นบ่อยๆในโทรทัศน์
เมื่อพบพระองค์ท่านก็จะเห็นพระองค์พร้อมกับสีเหลือง
ชุดสีเหลืองทอง รายล้อมไปด้วยสีเหลืองของธง
ธงสีเหลืองโบกสะบัดด้วยความภักดี
เสื้อสีเหลืองที่แสดงถึงความจงรักภักดี
...
ถ้าเมื่อตอนนั้นเข้าใจว่าความจงรักภักดีคืออะไร
คงไม่แปลกใจที่เห็นผู้ใหญ่บางคนร้องไห้
ทำไมถึงร้องไห้นะ?
...
คงไม่มีประเทศใดในโลกนี้
ที่พระราชาจะเดินทางไปทุกหนทุกแห่ง
แม้ว่าจะทุรกันดารลำบากเพียงใด
พระองค์ก็ทรงเสด็จไป
เพราะพระองค์ทรงห่วงใยราษฎรของพระองค์
ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของราษฎร
ที่เป็นเสมือนลูกของพระองค์
...
จะมีพระมหากษัตริย์สักกี่พระองค์
ที่เป็นเสมือนพ่อของเรา
...
ธันวาคมปีนี้
แม้จะไม่ได้ไปรอรับเสด็จ
แต่ความยิ่งใหญ่ที่ได้เห็นผ่านทางโทรทัศน์
เหมือนตอนเป็นเด็ก
ความจงรักภักดีที่ส่งผ่านออกมาทางสายตา
เสียงที่ส่งออกมาจากหัวใจ
เพียงคำว่า ทรงพระเจริญ
แค่คำนี้เท่านั้น
และคำขอบใจที่ออกมาจากพระโอษฐ์พระองค์
และพระองค์ตรัสว่านี่เป็นกำลังใจให้พระองค์
...
ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ใหญ่หลายๆคนจึงร้องไห้
...
ไม่มีรอยยิ้มใด
ที่ทำให้มีความสุขและร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน
รอยยิ้มของพระองค์
วันนี้ทุกคนได้เห็นแล้ว
...
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
...
..
.
เขียนแล้วร้องไห้ไปด้วย
อาจเขียนไม่ถูก ขอให้ผู้อ่านยกโทษให้ด้วยนะคะT T

ทำไมต้องตอบโต้...

posted on 10 Nov 2012 15:11 by janmemo
ไม่ว่าจะอย่างไร
เรื่องราวทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปแล้ว
คงเหลือแต่ร่องรอยของอดีตที่ไม่มีวันลบเลือน
...
เจ็บปวดก็จริง
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง
และเกือบทำให้คนที่รักต้องจากไป
...
เรื่องจริงไม่มีทางหนีพ้น
และได้รับผิดชอบมันไปแล้ว
แต่เรื่องไม่จริง
เกิดออกมาจากปากคนที่เชื่อไม่ได้
ใครจะไปยอบรับมันได้ลง
...
ใครจะไปคิด
เรื่องจริงอยากบอกเขา
ให้เขาเลิกโง่
แต่เขาก็ไม่ฟัง
ฉันไม่ใช่คนฉลาด
แต่ถ้าฉันเป็นเขา
ฉันก็ไม่อยากถูกหลอก
...
แม้เรื่องจริงไม่ได้บอก
แต่พยายามที่จะให้เขาได้รู้ความจริง
แต่เขากลับทำแบบนี้
ทำในสิ่งที่เลวร้ายกับฉัน
พูดเรื่องไม่จริงให้คนที่ฉันรักฟัง
ทำให้เขาต้องเสียใจ
..
รู้ไหมทำไมฉันไม่บอกเรื่องจริงกับเขา
เพราะฉันรู้ว่าเขาต้องเสียใจ
แต่อีกใจหนึ่งพูดไปเขาก็คงไม่เชื่อ
แต่คงไม่มีใครอยากถูกหลอก
...
ไม่มีใครไม่อยากเชื่อใจคนรัก
ฉันเข้าใจ
แต่ถ้ารอเขารู้ความจริง
เขาต้องเจ็บมากกว่านี้แน่ๆ
แต่ทำไมเขาต้องทำร้ายฉันด้วยการพูดเรื่องไม่จริง
ฉันเสียใจไม่เท่าไหร่
อย่างฉันเสียใจมันก็แค่ความรู้สึกที่ถูกทำร้าย
แต่เขาทำให้คนรักของฉันที่เขาไม่รู้เรื่อง
เขาต้องมาฟังคำพูดที่ว่า ให้เตรียมทำใจไว้ได้เลย
ทำให้คนรักของฉันต้องเสียใจ
ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องจริง
...
ถ้าเขาจะต้องการทำร้ายฉันอย่างนี้
ฉันคงปล่อยให้เขาเชื่อลมปากของผู้ชายคนนั้นไปดีกว่า
ฉันจะไม่คิดที่จะบอกความจริงอย่างแน่นอน
...
แต่ใครจะรู้ว่าความหวังดี
สุดท้ายแล้วมันก็แค่ทำบุญให้สิ่งมีชีวิตหนึ่ง
ที่ไม่รู้จักบุญคุณ
นอกจากจะไม่รู้จักบุญคุณ
ยังมีนิสัยที่ยากเกินจะให้อภัย
...
เก่งแต่ปาก
คำพูดนี้อยู่ไม่ไกลจากความจริงเท่าไหร่นักหรอก
..
คนอย่างเขา
อยู่ไปไม่มีใครรักจริง
..
ฉันเคยโกรธเคยเกลียดเขา
แต่รู้ไหมยิ่งฉันเกลียดเขา
ฉันยิ่งรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียด
ฉันยิ่งแค้นเคืองเขา
ฉันยิ่งไม่มีความสุข
..
ตอนนี้ฉันหยุดแล้ว
หยุดที่จะโกรธเขา
หยุดที่จะเกลียดเขา
เพราะฉันเห็นภาพสะท้อนของฉันทีเหมือนกับเขา
ฉันไม่อยากให้ตัวของฉันเหมือนกับเขา
เขาที่ปากร้าย
เขาที่จิตใจไม่ดี
เขาที่คอยทำร้ายคนอื่น
...
แม้ฉันจะไม่ใช่คนที่ดีวิเศษอะไร
แต่ฉันจะไม่โกรธ
เพราะลึกๆแล้ว
ความจริงที่ฉันรู้
ยังอยู่กับตัวฉัน
ฉันรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ฉันควรทำไม่ควรทำ
ฉันรู้ว่ายังมีคนที่รักฉันอีกเยอะแยะมากมาย
แล้วทำไมฉันจะต้องมากังวลกับคนหนึ่งคน
ที่ไม่เคยจริงใจกับฉันด้วยล่ะ
...
ยิ่งเขาด่าว่าฉัน
นั่นก็ปากของเขา
ปากที่พูดแต่สิ่งเลวร้าย
ยิ่งเขาเกลียดฉันมากเท่าไหร่
หัวใจของเขาก็จะไม่มีที่ว่างพอที่จะคิดในสิ่งที่ดีได้เลย
...
ตอนนี้
ฉันไม่ตอบโต้
เพราะฉันรู้ว่า ความจริง มันคืออะไร
แล้วที่สำคัญ
คนที่ปฏิเสธความจริงอย่างเขา ...
เมื่อไหร่ก็ตามที่ความจริงเปิดเผย
ฉันจะคอยดู
คอยดูว่าคนอย่างเขา จะเป็นอย่างไร ?